Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image
Scroll to top

Top

กรี๊ด!! พบหนึ่งในหมึกพิษที่อันตรายถึงชีวิต ปะปนอยู่ในโซนอาหารทะเลห้างดัง

กรี๊ด!! พบหนึ่งในหมึกพิษที่อันตรายถึงชีวิต ปะปนอยู่ในโซนอาหารทะเลห้างดัง

โซนอาหารทะเลในห้างเป็นจุดที่หลายครอบครัวฝากชีวิตไว้ กุ้งเอย หอยเอย หมึกเอย ก็ล้วนซื้อกันมาจากตรงนี้แต่แล้วโลกโซเชียลก็ต้องหวาดผวากับหนึ่งในหมึกพิษที่น่ากลัวที่สุดในโลก

โดยจ่าพิชิตแห่ง Drama-addict ได้ทำการแชร์ภาพที่เจ้าของเฟซบุ๊กชื่อคุณ Chaka Maru Len’s ถ่ายไว้ได้จากโซนขายอาหารทะเลห้างดังแห่งหนึ่ง ซึ่งคุณ  Chaka Maru Len’s  ก็ได้ย้ำว่าการโพสต์ภาพดังกล่าวเพื่อเตือนให้เห็นถึงความอันตรายของมันเท่านั้น “ผมเจ้าของผมภาพเองนะครับ คือผมไม่ได้ใส่ร้ายอะไรทางห้างนะครับ แค่ผมนำมาสอบถามเฉยๆนะครับผม”

food7

ซึ่งจ่าพิชิตก็ได้เผยถึงความน่ากลัวของเจ้าหมึกชนิดนี้อย่างละเอียดว่า “กรี๊ดเลยครับ มีคนไปซื้ออาหารทะเลทีห้างดัง แล้วเจอปลาหมึกหน้าตาแปลกๆปะปนมา เลยเอามาโพสลงกลุ่ม siamensis ปรากฏว่านั่นคือหมึกสายวงน้ำเงิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสัตว์น้ำที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลกพิษของมันตัวเดียว สามารถฆ่าผู้ใหญ่ได้รวดเดียวยี่สิบกว่าคนเลยนะจนท ที่เกี่ยวข้องรีบติดต่อเจ้าของภาพ แล้วแยกไอ้ปลาหมึกตัวนี้ไปทำลายทิ้งด่วนเลยครับ”

food60

ทั้งนี้เมื่อมีผู้สอบถามเพิ่มเติมว่า มันปะปนอยู่แบบนี้แล้วพิษจะหลุดมาแทรกตัวอื่นๆไหม ซึ่งก็คุณ Art Thitiwut Tunmeechai ก็ได้ออกมาตอบไว้ว่า “พิษมันจะออกมาตอนตัวเรืองแสงสีฟ้าเท่านั้น”

food1

ส่วนคุณ กาแฟ เอสเปรสโซ่ อร่อยก็ได้เพิ่มเติมข้อมูลว่า “พิษประเภทเดียวกับปลาปักเป้าครับ ไม่สลายในความร้อน ถ้าเอาไปทำกิน ตายลูกเดียว”

food3

ส่วนคุณ Drama King Chukiat Wongluangboon  มาแนวผสมความฮาเล็กน้อย

food2

ต้องบอกเลยว่าน่ากลัวจริง และไม่มีใครทราบว่ามันหลุดเข้ามาได้อย่างไร แต่อย่างน้อยการทำความเข้าใจกับหมึกชนิดนี้ก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยมันจะมีลักษณะลวดลายเป็นวงแหวนสีน้ำเงินและถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในสัตว์มีพิษที่พิษร้ายแรงที่สุดในโลก ซึ่งก็หวังว่าจากนี้จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก เพราะบางคนอาจไม่รู้อิโหน่อิเหน่ และพลาดท่าหยิบไปปรุงอาหารได้โดยไม่รู้ถึงพิษสงของมัน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : Drama-addict,Chaka Maru Len’s,wikipedia



It's only fair to share...Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on Twitter