Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image
Scroll to top

Top

No Comments

ตีแผ่เบื้องหลังการดัดแปลง iPhone ในจีน ที่แทบไม่มีใครเคยเห็นว่ามีกระบวนการอย่างไร!?

ตีแผ่เบื้องหลังการดัดแปลง iPhone ในจีน ที่แทบไม่มีใครเคยเห็นว่ามีกระบวนการอย่างไร!?

iPhone จากเครือ Apple กลายเป็นไอเท็มสำคัญ ที่ใครๆก็อยากได้ ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีราคาแพงต่างกันไปยิ่งถ้าความจุสูงขึ้น 64 GB เอย 128 GB เอย ราคาก็จะถีบตัวตามหลายเท่า


สารคดีเรื่องหนึ่งได้ตีแผ่ชาวจีนผู้ปราดเปรื่องเรื่องเองก็สังเกตเห็นความจริงข้อนี้ และนั่นทำให้กลุ่มร้านเทคโนโลยีจีนเกิดไอเดียแหวกกรอบด้วยการตั้งคำถามที่ว่า “แล้วทำไมลูกค้าต้องจ่ายแพงขนาดนั้นด้วย?” ซึ่งคำถามง่ายๆนั้นได้นำไปสู่กระบวนการดัดครั้งใหญ่ที่ทำให้ราคา iPhone ในจีนเกิดการผันผวนได้ในพริบตา

โดยการตั้งคำถามง่ายๆนั้น ได้นำไปสู่การก่อกำเนิดของบริษัทผู้ถือเป็นเทพนักดัดแปลง ที่ชื่อ BeSound ขึ้นในประเทศจีนซึ่งหน้าที่ของพวกเค้าคือกการอัพเกรด iPhone ของลูกค้าจาก 16GB สู่ 64 GB และ 128GB ในราคาที่โคตรถูกกว่าราคาจริงหลายเท่า!! ถูกกว่าชนิดที่ว่าแค่เพิ่มเงินอีก 60 ดอลลาร์ (2,100 บาท) ก็ได้ความจุ 128 GB ไปเลย ซึ่งนั่นทำให้คนจีนจำนวนมากประหยัดเงินไปหลายเท่าจากราคาเต็ม

นี่คือเบื้องหลังกระบวนการของบริษท BeSound พวกเค้าซ่อนตัวอยู่ในร้านเล็กๆ พร้อมกับตั้งราคาบริการให้แก่ลูกค้า ถ้าใครอยากได้ 32GB ก็จ่ายเพิ่มอีกแค่ 20 เหรียญ (700 บาท) 64GB เพิ่มอีก 35 เหรียญ (1240 บาท) และ 128GB เพิ่มอีก (2,100 บาท)   

iphone3

อย่างไรก็ตามตอนนี้นักเทคนิคของบริษัท ยังหาวิธีดัดแปลงได้เพียง iPhone 6 และรุ่นที่เก่ากว่านั้นเท่านั้น และยังไม่รองรับการดัดแปลง iPad Air ซึ่งอีกไม่นานเชื่อว่า มันจะนำไปสู่การดัดแปลง iPhone 6s เช่นกัน

iphone1

กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น ซึ่งนั่นทำให้คุณเหมือนได้ iPhone รุ่นท็อปมาครองได้ในพริบตา

iphone2

ลองดูคลิปสารคดีเต็มที่นี่ 

แต่เห็นแล้วก็อดรู้สึกสงสัยไม่ได้ว่า แบบนี้มันไม่ถือเป็นการแทรกแซงบริษัท Apple หรอกหรือ เหมือนหาประโยชน์จากช่องโหว่ ซึ่งก็คงต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา: BeSound,Businessinsider

หากเพื่อนๆชื่นชอบบทความของแซ่บจี๊ด อยากเป็นกำลังใจให้เรา ก็กดติดตาม กันได้ที่แฟนเพจ >> FB : แซ่บจี๊ด Zapjeed.com น้า



It's only fair to share...Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on Twitter

Submit a Comment